วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สินมานะฟาร์มจร้าาาาา

เที่ยวท่อง ล่อง 5 น้ำ เมืองหอยใหญ่


สุราษฎร์ธานี ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นเมืองหอยใหญ่ ฉะนั้นเราก็ต้องไปลองชิมหอยกันให้ถึงแหล่งที่ “สินมานะฟาร์มสเตย์” ด้วยการนั่งเรือออกจากคลองท่าทอง แหล่งป่าชายเลนของ อ.กาญจนดิษฐ์ ออกไปที่อ่าวบ้านดอน แหล่งเลี้ยงหอยคุณภาพ สองข้างทางก่อนจะออกไปสู่อ่าวนั้น จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านที่อยู่กันอย่างสงบ ไม่เร่งร้อน และยังมีป่าชายเลนที่มีความหลากหลาย สั่งสมความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารให้มนุษย์และสัตว์นานาชนิด เห็นอย่างนี้แล้ว “ตะลอนเที่ยว” ก็อยากจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่บ้างเหลือเกิน      
       เมื่ออกมาสู่อ่านบ้านดอนอย่างเต็มตัว เราก็เห็นไม้ที่ปักไว้เป็นแนวยาว มีระยะห่างเท่าๆ กัน เพื่อเป็นเขตแดนไม่ให้เรือเข้าไปลากอวนด้านใน เนื่องจากมีการเลี้ยงหอยไว้ ส่วนบ้านที่อยู่กระจัดกระจายในระยะห่างๆ กันนั้นเรียกว่า “ขนำ” ซึ่งก็คือที่พักที่สร้างไว้ในทะเล เพื่อให้คนมาคอยดูแลหอย หรือสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เลี้ยงไว้ 


เที่ยวท่อง ล่อง 5 น้ำ เมืองหอยใหญ่


ประวัติการเลี้ยงหอยนางรม
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีการเลี้ยงหอยนางรม มากที่สุดจังหวัดหนึ่ง เนื่องจาก มีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่เอื้อ ต่อการดำรงชีวิต ของหอยนางรม และมีอาหาร ที่อุดมสมบูรณ์ ลักษณะการขึ้นลง ของน้ำทะเลไม่รุนแรง เปลี่ยนแปลงมากนัก และมีลักษณะเ ป็นอ่าวที่บรรจบ กับแม่น้ำที่เป็นน้ำจืด กับน้ำทะเล ทำให้ระดับความเค็ม ของน้ำทะเล อยู่ในสภาวะสมดุล ที่เหมาะกับการเจริญเติบโต ของหอย ประกอบกับ เป็นบริเวณที่แม่น้ำตาปี ไหลมาบรรจบ จึงเกิดเป็นน้ำกร่อย ทีมีระดับ ความเค็มพอเหมาะ และอุณหภูมิ ของน้ำที่เหมาะสม ทำให้มีแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารของ หอยนางรม เป็นจำนวนมาก หอยนางรม ที่บริเวณปากอ่าว ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จึงมีขนาด ลำตัวใหญ่กว่า ที่อื่นและ มีมากเป็นพิเศษ มีอาหารอุดมสมบูรณ์
ความเป็นมาของฟาร์ม
ทางฟาร์ม ได้ทำการเลี้ยง หอยนางรม หอยแครง หอยแมลงภู่ เป็นเวลา 9 ปี ตั้งแต่ปี 2537 โดยสภาพ ของฟาร์ม ตั้งอยู่บริเวณ อ่าวบ้านดอน ซึ่งอยู่ห่างจา กชายฝั่งประมาณ 3 กม. การสร้าง ขนำ ซึ่งเป็นที่พักอาศัย ไว้สำหรับดูแล ทรัพย์สินของตัวเอง ได้เกิดแนวความคิด ที่จะพัฒนาปรับ รูปแบบมาเพิ่ม การรับรอง, พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ศึกษา ฝึกงานของนักเรียน , นิสิต และนักศึกษา ทั้งจากภายในประเทศ และนอกประเทศ ตั้งแต่ปี 2545 เพราะทางฟาร์ม ได้เริ่มทำ กิจกรรม การปลูกป่าชายเลน ถาวรเฉลิมพระเกียรติ์ กับทางโรงเรียน วัดเขาพระนิ่ม ก็มีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม โครงการ และว่างเว้น จากการดูป่าชายเลน ก็เข้ามาพักผ่อน ที่ขนำที่อยู่กลางทะเล เลยทำให้เกิดคำขวัญ ชิมหอยนางรม ชมขนำกลางทะเล พักฟาร์มเสตย์ มนต์เสน่ห์อ่าวบ้านดอน
กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว
- นำนักท่องเที่ยวชมการสาธิตการเลี้ยงหอยนางรม หอยแมลงภู่ และหอยแครง ขั้นตอน การเลี้ยง จนถึงการเก็บเกี่ยว, การแกะหอยเพื่อการบริโภค การบรรยาย โดยมีเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นมัคคุเทศก์ ท้องถิ่น เป็นผู้ให้รายละเอียด
- การนำนักท่องเที่ยว ทำกิจกรรม การวางอวนเพื่อดักปลา , ปู , กุ้ง การช้อนปลากระบอก การคราด หอยแครง
- กิจกรรมการปลูกป่าชายเลน บริเวณอ่าวบ้านดอน เป็นทะเลโคลน มีแม่น้ำ ลำคลอง 16 สาย ไหลสู่อ่าวบ้านดอน ทำให้เกิดตะกอนดิน ทับถมเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นพื้นดิน ที่งอกใหม่ สามารถทำกิจกรรม การปลูกป่าชายเลน โดยจะมีผักโกงกาง ที่เตรียมไว้สำหรับ นักท่องเที่ยว
รูปแบบที่พัก
- ใช้กางเต็นท์ + เครื่องนอน ที่เตรียมไว้บริการ ทั้งหมด โดยจะสามารถ กางเต็นท์ อยู่ภายในตัวอาคาร (ขนำ)
การเดินทาง
ฟาร์มหอยนางรม ตั้งอยู่ที่ ถ. บ้านพอด – อ. กาญจนดิษฐ์ หมายเลขทางหลวง 4177 ระยะทางห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 25 กม. และห่างตัวเมือง อ. กาญจนดิษฐ์ 10 กม. การเดินทางใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 401 (สุราษฎร์ธานี –นครศรีธรรมราช) ถึง 4 แยกหนองสวน อ.กาญจนดิษฐ์ แยกซ้ายเข้าในตัวเมือง อ.กาญจนดิษฐ์ ผ่านตลาด เมื่อถึง 4 แยกบ้านพ่วง ประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว และรถโดยสารสองแถวสายบ้านท้อน – ดอนเนาว์ จากตลาดเกษตร 2 อ.เมือง จ. สุราษฎร์ธานี ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที
สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์

สินมานะฟาร์มสเตย์


อ้างอิง
http://www.paiduaykan.com/province/south/suratthani/sinmanafarm.html

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สุราษฎร์ฯ เร่งแผนแก้วิกฤตจราจรติดขัดในเขตตัวเมือง

                  สุราษฎร์ธานี - จังหวัดสุราษฎร์ธานี หามาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด โดยเฉพาะในเขตเมือง พบส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณรถที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่เคารพกฎจราจรจอดรถในที่ห้ามจอด ขับรถย้อนศร ช่องทางจราจรคับแคบ และสัญญาณไฟ ป้ายจราจรไม่ชัดเจน
                
                  นายชลอศักดิ์ วาณิชย์เจริญ รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ปัจจุบันสภาพการจราจรในเขตเมืองสุราษฎร์ธานีมีปริมาณหนาแน่นเป็นอย่างมาก และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องมีแผนรองรับเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ส่วนปัญหาการจราจรในเขต อ.เมืองนั้น ที่พบส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณรถที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่เคารพกฎจราจร จอดรถในที่ห้ามจอด ขับรถย้อนศร ช่องทางจราจรคับแคบ และสัญญาณไฟ ป้ายจราจรไม่ชัดเจน                          ส่วนบริเวณที่พบการจราจรติดขัดมากที่สุดในชั่วโมงเร่งด่วน ได้แก่ สี่แยกตาปาน สี่แยกบางใหญ่ ห้าแยกท่ากูบ รวมทั้งจุดกลับรถ และทางแยกที่มีตลาดนัด มักประสบปัญหาจราจรติดขัด และเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นจะปรับปรุงเครื่องหมายจราจรให้ชัดเจนสังเกตได้ง่าย และเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร สร้างจิตสำนึกรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นต้น                          นอกจากนี้ ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ได้นำเสนอการศึกษา และออกแบบทางรถไฟสายใหม่เพื่อการท่องเที่ยวเส้นทางสุราษฎร์ธานี-พังงา-ภูเก็ต ระยะแรกเริ่มต้นจากสถานีชุมทางบ้านทุ่งโพธิ์ อ.พุนพิน ผ่าน อ.คีรีรัฐนิคม บ้านตาขุน บ้านเบญจา บางเหรียง ทับปุด บ่อแสน ตะกั่วทุ่ง ท่าอยู่ สิ้นสุดที่บ้านท่านุ่น จ.พังงา รวมระยะทางประมาณ 163 กม. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม     

แก้ปัญหารถติดด้วยวันเวย์

               สุราษฎร์ธานี - เทศบาลนครภูเก็ตสุราษฎร์ฯ แก้วิกฤตจราจรในเขตเมือง จัดระบบวันเวย์รอบเมือง ดีเดย์ 2 มิ.ย ที่จะถึงนี้ พร้อมจับมือตำรวจเข้มงวดเรื่องจราจรที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายธีระกิจ หวังมุทิตากุล นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี และคณะทำงานฯ ที่เกี่ยวข้องจากอำเภอเมืองสุราษฏร์ธานี พ.ต.อ.สุวัฒน์ สุขศรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี หัวหน้าจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฏร์ธานี หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้จัดแถลงข่าวเรื่องการจัดระเบียบการจราจรเขตพื้นที่เทศบาลเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีใหม่ โดยเริ่มทดลองใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

              นายธีระกิจ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการจราจรในเขต อ.เมือง สุราษฎร์ธานี นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้อยู่ในขั้นวิกฤต ซึ่งที่ประชุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความคิดเห็นตรงกันว่า จะมีการแก้ไขปัญหาการจราจรโดยการปรับเปลี่ยนเส้นทางจราจร เป็นแบบ ONE WAY หรือแบบเดินรถทางเดียว ในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี 


โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณสี่แยกแสงเพชร บริเวณศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาตามถนนดอนนก จนถึงสี่แยกอนามัย สี่แยกธารา เลี้ยวขวามายังสี่แยกวัดธรรมบูชา เลี้ยวขวาอีกครั้งตามถนนชนเกษม มาถึงสี่แยกเทศบาล สี่แยกการุณ แล้วมาบรรจบบริเวณสี่แยกแสงเพชร บริเวณศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหารถติดตรงจุดแยก และอุบัติเหตุลดลงได้ รวมถึงทำป้ายทางลัดซอยต่างๆ การเพิ่มผิวจราจร รวมถึงการจัดระบบสัญญาณไฟจราจร โดยใช้หลักเกณฑ์จำนวนปริมาณยวดยานเป็นตัวกำหนด ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่วิกฤตอย่างมากในเขตเมือง



            นายธีระกิจ กล่าวในตอนท้ายว่า นอกเหนือจากการจัดวันเวย์เพื่อแก้ปัญหาจราจรแล้ว การเข้มงวดเรื่องจราจรก็ต้องมีด้วย เพราะสิ่งที่ช่วยเรื่องของการจราจรคือ วินัยจราจร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทำให้การจราจรติดขัด วินัยจราจรสอนได้ด้วยการให้ความรู้ แล้วก็ใช้มาตรการในการลงโทษ ถ้าบางคนยังดื้อก็จะมีการบังคับใช้ตามกฎหมาย ในเรื่องการจราจรนั้นจะเอาให้ถูกใจทุกเรื่องไม่ได้ ถูกใจต้องบวกกับถูกต้องด้วย ซึ่งอันนี้ทางตำรวจกับทางเทศบาลต้องพร้อมลงไปทำอย่างเต็มที่

ทน.สุราษฎร์ฯ จัดระบบจราจรใหม่แก้วิกฤตคับคั่งเขตเมือง






 ข้อมูลอ้างอิง
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000062257